เหม่อลอย

posted on 07 Nov 2011 13:46 by ohanthanwa in MySelf

งานอดิเรกของคุณคืออะไร

ใครๆก็มักจะตอบอะไรทั่วไปว่า

วาดรูป  ฟังเพลง  ดูทีวี  นอน  เล่นคอม  อ่านหนังสือ

บางคนก็พูดไปเลยว่า “หลายอย่าง”

แต่จะมีใครนะที่จะตอบเหมือนเราว่า

“เหม่อลอย” พูดให้ดูดีก็ “มีจินตนาการสูง”

เราเป็นคนป้ำๆเป๋อๆ ติงต๊อง เบ๊อะๆ โก๊ะ (ด่าตัวเองไป)

วันนี้ก็เป็นวันที่เราไม่รู้จะทำอะไร

ดูทีวีก็ดูไปแล้ว  เน็ตก็เล่นไปแล้ว  สุดท้ายก็....

นั่งใจลอยไปเรื่อยๆ เหม่อลอยไปยังดินแดนในจินตนาการ

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ

คิดเรื่องนั้นต่อเรื่องโน้น คิดเรื่องโน้นต่อเรื่องนี้

นึกไปนึกมาก็นึกถึงเพื่อนๆชาวต่างชาติ

เอ้อ...ถึงจะอยู่ไกลกันแต่เราก็มี facebook msn qq ติดต่อกันได้

ไม่เหมือนตอนที่เราเป็นเด็กยังอยู่ ป.3 (พ.ศ. 2546 - 2547)

 

เราไปเรียนพิเศษที่ Emporium สถาบัน King’s Collage
 

ถึงจะเรียนแค่วันอาทิตย์ เวลา10.00-12.00

แต่เราก็มีเพื่อนที่สนิทมากๆอยู่คนหนึ่ง

เธอเป็นคนญี่ปุ่นชื่อว่า “AOYAMA  MINA”

ถึงเธอจะพูดภาษาไทยได้คำเดียว แต่เราก็ยังมีภาษาอังกฤษไว้สื่อสาร

มีน่าชอบเอาขนมมาแบ่งเรา แล้วก็พูดภาษาไทยที่พูดได้คำเดียวว่า

“อาร่อย อาร่อย” (อร่อย อร่อย)

เธอเอาขนมมาแบ่งรับแทบทุกอาทิตย์เลย

(เราก็เอามาแบ่งบ้าง ไม่เอามาบ้าง เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาดี)

 

 
 แล้วมีช่วงนึงที่มีน่าไม่เอาขนมมาแบ่ง แต่เอาเกม NDS มาเล่นแทน

เราก็ไปดูมีน่าเล่น แล้วมีน่าก็แบ่งเราเล่นด้วย

เราเองก็มี NDS เหมือนกัน เลยเอามาเล่นด้วย

พวกเราเล่นด้วยกันหลายอย่าง

ตลอดเวลา ประมาณ 1-2 ปี

ถึงจะได้เจอกันแค่อาทิตย์ละ 2 ชั่วโมง

แต่พวกเราก็สนิทกันมาก

.

.

.

อยู่มาวันหนึ่ง

มีน่าก็เอาขนม(ลูกอม)กับตุ๊กตาน้องหมามาให้เรา

แล้วเธอก็บอกเราว่า “I will go back to Japan today evening.”

แล้วเธอก็ถ่ายรูปกับเราด้วย

แม่ของมีน่าพูดภาษาไทยได้(แต่ไม่ชัด) ก็เลยพูดกับเราว่า

“ขอบคุ่นหน่าคะ ทีช่วยดูแหลมีน่าให่ตาหลอด ขอบคุ่นจิงๆหน่าคะ”

(ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลมีน่าให้ตลอด ขอบคุณจริงๆนะคะ”

เราก็บอกเขากลับไปว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน”

แม่เขาก็ขอบคุณเรายกใหญ่

(จนเราเริ่มพูดไม่ออก อะไรจะขอบคุณปานนั้น

อย่างมากก็ 2-3 ครั้งก็พอแล้วจ้า) =_=”

เราที่ไม่ได้เตรียมอะไรมาให้มีน่าเลย

ก็เลยตัดสินใจรื้อกระเป๋าว่ามีอะไรพอให้เธอได้บ้าง

แล้วก็ควักได้นาฬิกาข้อมือลายแฮรี่ พอตเตอร์สีดำ(ที่ตายแล้ว)

เพราะมันเป็นของที่ดูดีที่สุดแล้วในกระเป๋า

เราก็เลยให้มีน่าไป (ขอโทษนะที่ให้ของพังๆ

แต่เราไม่มีอะไรให้นี่นา ถึงจะพังแต่ให้ด้วยใจนะ)

เธอก็ขอบคุณเรา เราก็ขอบคุณเธอในทุกๆเรื่องที่ผ่านมา

แล้วพวกเราก็กล่าวอำลากัน

 

 

เราเก็บตุ๊กตาน้องหมา ลูกอม รูปภาพที่ถ่ายคู่กันที่เธอให้

เก็บไว้ใน Memory Box

.

.

.

2 ปีต่อมา เราก็ย้ายบ้าน

แต่ตอนที่ย้ายบ้าน เรามั่นใจว่าย้ายของที่มีน่าให้มาหมดแล้ว

แต่ปรากฎว่า...Memory Box หายไป

อ๊าาาาา ในนั้นมีรูปที่เราถ่ายคู่กับมีน่าอยู่นะ

แล้วก็มีอะไรหลายๆอย่างที่เป็นความทรงจำดีๆอยู่ในนั้นหมดเลย

แถมตุ๊กตาที่มีน่าให้มา

แม่ก็เห็นว่าตุ๊กตาของเรามีเยอะ

แล้วก็จำตุ๊กตาที่มีน่าให้มาผิดตัว

เลยเอาตุ๊กตาที่มีน่าให้เรามาไปบริจาคอีก

อ๊ากกกกกกกกกกกก

ตอนนี้เราเหลือแค่ลูกอมที่มีน่าให้เรามา

เราก็เอาไว้ดูต่างมีน่าเสมอ

 

เฮ้ออออออ.....

แต่ก็นะ เราไม่กินขนมจำพวกลูกกวาดนี่นา

แต่ทำไมกันน้า เพื่อนๆๆก็ชอบเอาลูกกวาดมาให้เราเสมอเลย

อย่างเพื่อนเวียดนามก็เอาลูกกวาด(รสทุเรียน!)มาให้

แล้วเราก็หยิบมาแค่ชิ้นเดียว แล้วบอกว่า ”thank you”

(หยิบมาเพราะนึกว่าเป็นขนมเหนียวๆไม่ใช่ลูกกวาด)

พอเรากินปุ๊บก็ถามเขาเลยว่า “What’s this?!”

เขาก็บอกเราว่า “Sweet”

แหง่ะ! ไม่ชอบอ่ะ (แต่ก็กินไป)

แล้วเขาก็เอามาให้เราอีก 3 ชิ้น

แล้วบอกว่า “I have a lot, I give to you”

(เขาเป็นพวกที่พูดอะไรไม่เน้นไวยกรณ์ แต่เน้นว่าเข้าใจที่เขาพูดมั้ย)

โอ้ เราก็ไม่กินลูกกวาด แต่เราก็รับน้ำใจเขามา

 
 

 

ในวันเกิดเรา เพื่อนๆบางทีไม่รู้จะให้อะไรเรา

ส่วนมากก็ให้อะไรง่ายๆ ที่เด็กผู้หญิงให้กัน

เช่น ตุ๊กตา สมุดโน๊ต เครื่องเขียน วาดรูปแล้วเขียนอวยพรด้านหลังรูป

อะไรทำนองเนี้ย แล้วก็มีลูกกวาดมาให้

โอ้วววว เราไม่กินลูกกวาดดดด

แต่เราก็ขอบคุณ เพราะเขามีน้ำใจให้เรา

(ของขวัญสำคัญที่ความมีน้ำใจให้และความตั้งใจที่จะให้)

เราก็เลยต้องมีกระเปาใบเล็กๆ

เอาไว้สำหรับเก็บลูกกวาดโดยเฉพาะ

 

 

อยากจะขอบคุณทุกคนที่ดีกับเราเสมอมา

และอยากบอกทุกคนว่า

เราไม่ได้บ่นว่าเราไม่ชอบลูกกวาดที่ทุกๆคนให้เรามา

เราแค่อยากจะบอกเฉยๆว่า

ขอบคุณที่คิดถึงเรา ขอบคุณที่ดีกับเราเสมอมา

 

สุดท้ายนี้อยากจะขอบคุณเพื่อนๆทุกคน

ที่อ่านการเหม่อลอยของเราจนจบถึงบรรทัดนี้

ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ

 
 

 

v  อันข้างล่างนี้เห็นว่าสวยดี ขอเอามาแปะไว้นะคะ  v

Comment

Comment:

Tweet

กลิ้ง ๆ เข้ามา อิ ๆ

เราว่าลูกกวาดหรือลูกอมรสหวานแทนน้ำใจที่จริงใจอ่ะนะ

เพราะว่ารสหวานเป็นรสที่มีแต่ความรู้สึกดีดี เราว่างั้นนะ

แต่เรื่องของ จขบ. นี่ทำเราซึ้งเลยนะเนี่ย

ปล.ถึงของนอกกายจะหายไป แต่ความทรงจำดีๆ

ที่ยังมีให้กันเสมอ ไม่มีวันที่จะหายไปอย่างแน่นอน

เราเชื่ออย่างนั้นน่ะ ..

ปล2.ขอบคุณที่ไปเม้นให้น๊า big smile

#1 By on 2011-11-07 15:07